บริการซ่อมเครื่องปรับอากาศ


ราคาสินค้าพร้อมบริการติดตั้ง 650 บาท/ครั้ง

ค่าสำรวจ 650 บาท

หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

บริการซ่อมแอร์ ซ่อมคอมเพรสเซอร์ 

แอร์ไม่เย็น เย็นช้า น้ำหยด แอร์รั่ว แอร์ตัน / แอร์ตัดบ่อย มีเสียงดัง ทำงานไม่ปกติ/ คอมเพรสเซอร์ไม่ทำงาน มีเสียงผิดปกติ ไม่ตัด

ทุกปัญหาแก้ได้ให้ Q-CHANG ช่วยตรวจสอบและซ่อม

บริการซ่อมแอร์ ซ่อมคอมเพรสเซอร์ ให้บริการทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ทุก BTU

พื้นที่บริการในเขตกทม.และปริมณฑล พื้นที่อื่นๆโปรดสอบถามเจ้าหน้าที่

 

🎁 🎁 PROMOTION!! 100 สิทธิ์เท่านั้น

Q-CHANG ลดฉลองครบรอบ 2 ปี

ค่าสำรวจหน้างานซ่อมแอร์ เพียง 422.- (จาก 650.-) ต่อครั้ง

กรอกรหัสส่วนลด AIR ในหน้าจองบริการ

*เฉพาะค่าตรวจสอบ ยังไม่รวมค่าซ่อม โดยจะเสนอราคาซ่อมภายหลังจากสำรวจแล้ว

ค่าตรวจสอบใช้เป็นส่วนลดในค่าบริการซ่อมได้

 

ขั้นตอนการให้บริการ

  1. ช่างเข้าสำรวจหน้างาน ตรวจสภาพแอร์ ดูอาการเสียและวิธีการซ่อม
  2. คิวช่างเสนอราคาค่าซ่อม (ค่าอุปกรณ์พร้อมค่าแรงซ่อม) ให้ลูกค้าพิจารณา
  3. ลูกค้ายืนยันการซ่อม ชำระเงินค่าซ่อม และนัดวันเข้าซ่อม (ค่าสำรวจใช้เป็นส่วนลดค่าซ่อม)
  4. ช่างดำเนินการซ่อมตามนัดหมาย

หมายเหตุ

  • กรณีงานซ่อมที่ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เพิ่ม ช่างสามารถซ่อมในวันตรวจสอบได้เลย โดยค่าตรวจสอบสามารถใช้เป็นส่วนลดให้ในค่าซ่อม
  • กรณีงานซ่อมที่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติม ช่างจะนัดวันเข้ามาดำเนินการซ่อมให้อีกครั้ง โดยค่าตรวจสอบจะไม่สามารถใช้เป็นส่วนลดในค่าซ่อมได้

**เพื่อการซ่อมและแก้ปัญหาที่ตรงจุด ช่างจึงจะเข้าตรวจสอบวิเคราะห์ปัญหาก่อน โดยช่างจะเสนอราคาให้ลูกค้าตัดสินใจก่อนซ่อม  

 

ค่าบริการซ่อมแอร์เบื้องต้น

*ราคาเปลี่ยนแปลงตามขนาด BTU และลักษณะการซ่อม สอบถามเพิ่มเติมทาง Line: @q-chang

ปัญหา น้ำแอร์รั่ว ด้านในเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยตามบ้านทั่วไป ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็มักจะพาความรำคาญจากความเปียกชื้น และยังอาจทำให้เกิดอันตรายจากไฟรั่วได้อีก สาเหตุที่ทำให้น้ำแอร์หยดเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน วันนี้เราจะมาแนะนำถึงสาเหตุและวิธีแก้ไข ในกรณีที่เกิดน้ำแอร์หยด

สาเหตุน้ำแอร์รั่ว

  1. เกิดจากถาดหรือท่อทิ้งน้ำนั้นตัน ทำให้น้ำที่เกิดจากกระบวนการฟอกอากาศ ไม่สามารถระบายออกไปได้ จึงล้นและไหลย้อนกลับมา กลายเป็นน้ำที่หยดซึมมาจากตัวแอร์ในที่สุด
  2. ถาดคอยล์ด้านหลังของแผงคีบแอร์นั้นเกิดตัน และทำให้เกิดมีหยดน้ำเกาะอยู่นอกตัวแอร์
  3. ถาดน้ำทิ้งเกิดการชำรุด เช่นหลุด หรือแตก
  4. การเดินท่อภายในของช่างนั้นไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้หุ้มท่อไม่ได้มาตรฐาน และเกิดหยดน้ำเกาะรอบๆ ตัวจนหยดออกมานอกตัวแอร์ได้ในที่สุด

 

การรั่วของน้ำยาแอร์นั้นเป็นปัญหาที่ควรรีบแก้ไขอย่างเร่งด่วน!! 

มีวิธีการตรวจเช็คหารอยรั่วของน้ำยาแอร์ง่ายๆดังนี้

1.ตรวจสอบด้วยก๊าซไนโตรเจนน้ำแอร์รั่วน้ำแอร์รั่ว

วิธีทำนั้นคือการเติมสารความเย็นเข้าไปในระบบของเครื่องปรับอากาศเล็กน้อย จากนั้นเติมก๊าซไนโตรเจนแรงดันสูงจากไนโตรเจนเข้าสู่วงจรทำความเย็นที่มีแรงดันประมาณ 350 -400 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว เพื่อหารอยรั่วโดยที่ไม่สิ้นเปลืองน้ำยาแอร์ซึ่งในการตรวจเช็คในลักษณะนี้จะทำได้โดยช่างผู้ชำนาญงานเท่านั้น

2.ตรวจสอบด้วยฮาไลด์ทอร์จ

วิธีนี้จะตรวจสอบรอยรั่วโดยการไล่ตามท่อ รอยต่อหรือส่วนต่างๆ ซึ่งหากเจอรอยรั่วต่างๆ จะทำให้เปลวไฟเย็นในในกระบอกฮาไลด์ทอร์จเปลี่ยนสี ซึ่งเช่นเดียวกันควรตรวจสอบด้วยช่างชำนาญการ

3.การตรวจสอบด้วยเครื่องอิเล็กทรอนิกส์  

การตรวจหารอยรั่วที่มีระบบแสง และเสียงทำให้รอยรั่วตามท่อซึ่งหากพบระบบจะส่งสัญญาณเตือนด้วยเสียงหรือแสงให้ได้รับทราบ ซึ่งเป็นอีกการตรวจสอบที่ควรทำด้วยช่างผู้ชำนาญการ

4.การตรวจสอบด้วยฟองสบู่  

การตรวจสอบทำได้ด้วยการใช้ฟองน้ำหรือแปรงทาสีซึ่งจุ่มฟองสบู่หรือน้ำยาล้างจานบนผิวท่อน้ำยาแอร์โดยเฉพาะรอยต่อเพื่อสังเกตว่ามีรอยรั่วหรือไม่ หากพบเจอรอยรั่วจะมีฟองอากาศผุดขึ้น ถ้ามีการรั่วซึมควรรีบแก้ไขและทิ้งเอาไว้สัก 2-3 ชั่วโมง จากนั้นตรวจสอบอีกครั้ง

5.การตรวจสอบด้วยวิธีการฟังเสียง  

วิธีการนี้จะคล้ายๆ กับการอัดก๊าซไนโตรเจนเข้าไปในท่อแล้วหากมีเสียงลมออกมาแสดงว่าบริเวณดังกล่าวมีรอยรั่วในบริเวณดังกล่าวนั่นเอง

วิธีแก้ไขน้ำแอร์รั่ว

  1. ควรทำความสะอาดโยการใช้โบลเวอร์ (Blower) หรือเครื่องเป่าไฟฟ้า ไล่น้ำออกให้แห้ง โดยบริเวณที่เน้นมากๆ คือท่อน้ำทิ้งและบริเวณปลายท่อ
  2. แก้ไขโดยการล้างแอร์ ซึ่งหากผู้ใช้งานมีความชำนาญก็สามารถถอดส่วนประกอบ หรือท่อแอร์ออกมาล้างได้เลย หรือหากไม่มีความชำนาญ สามารถเรียกช่างแอร์มาล้าง
  3. หากแอร์นั้นมีความสกปรกมาก เช่นฝุ่นหรือมีคราบสกปรกไปเกาะอยู่จำนวนมาก เครื่องจะระบายความเย็นออกมาไม่ทัน ทำให้เกิดน้ำแข็งจับและกลายเป็นหยดน้ำออกมานอกเครื่องได้ในที่สุด กรณีนี้ควรติดต่อเรียกช่างแอร์จะดีกว่าครับ เพราะต้องทำการรื้อเครื่องดูจุดที่สกปรกซึ่งอยู่ภายในเครื่องแอร์นั่นเอง
  4. อีกสาเหตุที่พบได้บ่อยคือน้ำยาแอร์มีน้อยจนเกินไป หรืออาจเกิดจากการรั่วซึมของน้ำยา ควรติดต่อช่างแอร์โดยด่วน เพราะน้ำยาแอร์นี้เป็นส่วนที่สำคัญต่อการเกิดความเย็น ถ้าหากมีน้อยเกินไปจะทำให้ตัวแอร์นั้นปรับอากาศได้ไม่ดีเท่าที่ควร หรืออาจทำให้เครื่องรวนหรือพังไปเลยก็ได้
  5. ตรวจดูว่าภายในเครื่องมีสัตว์จำพวกหนู หรือแมลงเข้าไปอาศัยหรือตายติดอยู่หรือไม่ เพราะบางครั้งสัตว์จำพวกนี้ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการอุดตันของท่อแอร์ภายในเครื่องได้
  6. ตรวจดูถาดน้ำทิ้ง หากพบว่าเลื่อน หรือเคลื่อน ควรทำการแก้ไขให้อยู่ในสภาพเดิม

3 สาเหตุหลัก ที่ส่งผลให้คอมเพรสเซอร์เสีย หรือใช้งานได้ไม่นาน

คอมเพรสเซอร์ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของระบบปรับอากาศ เพราะเป็นแกนหลักในการทำให้เกิดวัฎจักรการทำความเย็นในระบบ โดยหลักการแล้ว คอมเพรสเซอร์จะทำงานได้ปกติ ในการติดตั้ง ที่ไม่มีสิ่งเจือปนในระบบ เพราะหากมีสิ่งเจือปนในระบบหมุนเวียนน้ำยาแอร์แล้ว อาจส่งผลให้คอมเพรสเซอร์มีอายุใช้งานได้สั้นกว่าเดิม

1. ความดันในระบบของคอมเพรสเซอร์ มีสูงมากเกินไป

สาเหตุอาจเกิดจาก ความร้อนในตัวคอมเพรสเซอร์ มากเกินไป จึงทำให้ความดันภายในสูงขึ้นด้วย กระทบไปถึงชิ้นส่วนของสิ่งต่างๆ อะไหล่แอร์ภายในคอมเพรสเซอร์เกิดการแตก ร้าว ตามมาภายหลัง

2. ความสกปรกภายในตัวคอมเพรสเซอร์

เมื่อเกิดการรั่วซึม หรือการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ อะไหล่บางตัว ทำให้เกิดสิ่งแปลกปลอมเข้าไปภายในระบบ เช่น อากาศ น้ำ ความชื้น ฯลฯ ทำให้สารทำความเย็นที่หมุนเวียนมีสิ่งเจือปน ไม่สะอาด จึงเกิดผลกระทบต่อระบบโดยรวมทำให้ชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่สึกหรอได้

3. ตัวคอมเพรสเซอร์ร้อนเกินไป

ความร้อนที่มากไป เกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งสิ่งแวดล้อมภายในและภายนอก หรือสาเหตุจากน้ำยาแอร์ในระบบเหลือน้อย อาจเกิดจากการรั่ว จนส่งผลต่อขดลวดทองแดงในคอมเพรสเซอร์ และสารวานิลที่เคลือบอยู่ในคอมเพรสเซอร์ ทำให้เกิดการไหม้ในวงจร และเศษจากการไม้นั้นอาจตกอยู่ในระบบ

มอเตอร์-แอร์ มีอยู่ในหลายส่วนของเครื่องปรับอากาศ และมักเป็นส่วนที่พบว่าเสียอยู่บ่อยครั้ง

สาเหตุที่พบ

มอเตอร์พัดลมคอยล์เย็นหรือที่เรียกว่า พัดลมกรงกระรอก  เป็นมอเตอร์ที่อยู่ในตัวแอร์ที่อยู่ภายในอาคาร ทำหน้าที่พัดลมเย็นกระจายภายในห้องที่ทำการติดตั้งแอร์ สาเหตุที่มอเตอร์พัดลมคอยล์เย็นเป็นมอเตอร์ที่เสียบ่อย เกิดจากการที่ตอนล้างแอร์โดยใช้น้ำแรงดันสูงฉีดเข้าไปเพื่อล้างครีบแผงคอยล์เย็น ทำให้น้ำแรงดันสูงเข้าไปหมุนมอเตอร์คอยล์เย็นด้วยความเร็วสูง มอเตอร์พัดลทคอยล์เย็นก็จะหมุนตามแรงดันน้ำทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าขึ้นจากการหมุนของขดลวดทองแดง เกิดเป็นกระแสไฟฟ้าย้อนกลับไปช็อตวงจรควบคุมได้ ส่วนวิธีการป้องกันนั้นสามารถทำได้สองวิธีคือการถอดใบพัดโพรงกระรอก และชุดมอเตอร์คอยล์เย็นก่อนทำการล้างแผงครีบคอยล์เย็น หรืออีกวิธีคือการใช้มือ หรืออุปกรณ์ที่เหมาะสม มาทำการดักจับใบพัดโพรงกระรอกไม่ให้หมุน เพื่อไม่ให้เกิดการกระแสไฟฟ้าย้อนกลับไปช็อตวงจร

  1. คอมเพรสเซอร์ทำงานแต่โอเวอร์โหลดตัด
  2. เครื่องปรับอากาศไม่ทำงาน
  3. คอมเพรสเซอร์ไม่ออกตัวและไม่มีเสียง
  4. คอมเพรสเซอร์ทำงาน มีเสียง
  5. คอมเพรสเซอร์มีเสียงดัง
  6. คอมเพรสเซอร์ เดิน ๆ หยุด ๆ
  7. คอมเพรสเซอร์ เดินตลอดเวลา
  8. อุณหภูมิสูงเกินไป
  9. สตาร์ทคาปาซิเตอร์เสียช็อต หรือ ระเบิด

 

1. คอมเพรสเซอร์ทำงานแต่โอเวอร์โหลดตัด

สาเหตุ

  • – กระแสไฟที่เข้ามีโวลท์ต่ำ , เฟสไม่สม่ำเสมอ
  • – โอเวอร์โหลดเสีย
  • – รันคาปาซิเตอร์เสีย
  • – ความดันทางด้านส่งสูงเกินไป
  • – ทางกลับมีความดันสูงเกินไป
  • - คอมเพรสเซอร์ ร้อนมาก-น้ำยากลับร้อน

2. เครื่องปรับอากาศไม่ทำงาน

สาเหตุ

  • – ไม่ได้เปิดเครื่อง
  • – ฟิวส์ขาด หรือไม่ได้ฟิวส์
  • – ไม่ไดต้่อสายไฟ

3. คอมเพรสเซอร์ไม่ออกตัวและไม่มีเสียง

สาเหตุ

  • – โอเวอร์โหลดตัด
  • – คอนโทรลเสีย
  • – สายไฟไม่ถูกต้อง หรือหลวม

4. คอมเพรสเซอร์ทำงาน มีเสียง

สาเหตุ

  • – สายไฟไม่ถูกต้อง
  • – กระแสไฟที่เข้าไม่โวลท์ต่ำ
  • – สตาร์ทคาปาซิเตอร์เสีย หรือต้องใส่เพิ่ม
  • – สตาร์ทรีเลย์เสีย หรือต้องใส่เพิ่ม
  • – ระบบภายในของคอมเพรสเซอร์ขัดข้อง
  • – คอมเพรสเซอร์มีน้ำยาทำเป็นliquid มากไป

5. คอมเพรสเซอร์มีเสียงดัง

สาเหตุ

  • –  คอมเพรสเซอร์อาจยึดไม่แน่น
  • –  ท่อสั่นทำให้เกิดเสียง
  • –  ใบพัดภายในคอมเพรสเซอร์บิดทำให้เกิดเสียง
  • –  น้ำมันคอมเพรสเซอร์มีน้อย
  • – ลูกปืน ภายในคอมเพรสเซอร์หรือบุชมอเตอร์หลวม

6. คอมเพรสเซอร์ เดิน ๆ หยุด ๆ

สาเหตุ

  • – เทอร์โมสตัทตัด
  • – ความดันด้านสูงตัด
  • – ความดันทางต่ำตัด

7. คอมเพรสเซอร์ เดินตลอดเวลา

สาเหตุ

  • – น้ำยาน้อย
  • – คอนแท็คเตอร์ไม่ตัด
  • – ห้องใหญ่เกินไป หรือฉนวนที่บุห้องไม่ดี
  • – คอยล์เย็นเป็นน้ำแข็ง
  • –  คอยล์เย็นสกปรก
  • –  แผ่นกรองอากาศสกปรก

8. อุณหภูมิสูงเกินไป

สาเหตุ

–  ตั้งอุณหภูมิสูงไว้สูงมาก

–  เอ็กซแพนชั่นนวาล์ว / แคปพิลารี่ทิ้วป์เล็กเกินไป

9. สตาร์ทคาปาซิเตอร์เสียช็อต หรือ ระเบิด

สาเหตุ

  • – กระแสไฟที่เข้ามีโวลท์สููงเกินไป

คะแนนสินค้า

5 / 5 คะแนน

(2) รีวิว
5
2
4
0
3
0
2
0
1
0

ความคิดเห็น

อธิพล ธรรมานุสาร
20/10/2020 14:38

อิทธิกร อิทธิพงศกร
06/10/2020 06:59

  • «
  • 1(current)
  • »

ผลงานล่าสุด

ยังไม่มีผลงานล่าสุด

ตรวจสอบและซ่อมเครื่องปรับอากาศ

หมวดหมู่อื่นๆ

บริษัท เน็กซเตอร์ ดิจิตอล จำกัด (สำนักงานใหญ่) ศูนย์การค้าเกตเวย์ บางซื่อ ชั้น 7 เลขที่ 162/1-2, 168/10 ถนนประชาราษฎร์ 2 เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ 10800
ต้องการสอบถามการใช้งานกรุณาติดต่อ
06-5984-1600 support@q-chang.com