ฟิล์มติดกระจกบ้าน ข้างนอกมองไม่เห็น

ฟิล์มติดกระจกบ้าน ข้างนอกมองไม่เห็น เลือกยังไงให้คุ้ม ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

ปัจจุบันฟิล์มติดกระจกบ้าน ข้างนอกมองไม่เห็น กลายเป็นไอเท็มยอดนิยมของคนรักบ้านไปแล้ว เพราะนอกจากช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว ยังช่วยลดแสง ลดความร้อน และทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูสบายตามากขึ้น โดยเฉพาะบ้านหรือคอนโดที่มีพื้นที่กระจกขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ฟิล์มกระจกแต่ละประเภทก็มีคุณสมบัติเฉพาะที่ต่างกัน ทำให้หลายคนอาจยังไม่มั่นใจว่าควรเลือกแบบไหนดี ในบทความนี้ Q-CHANG จะพาไปดูวิธีเลือกฟิล์มติดกระจกบ้านที่ข้างนอกมองเข้ามาแล้วไม่เห็นที่ตอบโจทย์กับการใช้งาน รับรองว่าอ่านจบ ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นแน่นอน


Key Takeaway

  • ฟิล์มติดกระจกบ้าน ข้างนอกมองไม่เห็นช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวและลดความร้อนภายในบ้านได้
  • ฟิล์มที่ดีควรมีทั้งคุณสมบัติกันความร้อน ป้องกันรังสี UV และให้แสงผ่านในระดับเหมาะสม
  • ไม่มีฟิล์มที่ทำให้ข้างนอกมองไม่เห็น 100% ทั้งกลางวันและกลางคืน จึงควรใช้ม่านหรือมู่ลี่ร่วมด้วย
  • การเลือกฟิล์มคุณภาพและติดตั้งโดยช่างมืออาชีพจะช่วยให้ใช้งานได้คุ้มค่า และมีอายุการใช้งานยาวนานมากขึ้น


ฟิล์มติดกระจกบ้าน ข้างนอกมองไม่เห็น ทำไมถึงเป็นที่นิยมสำหรับคนรักบ้าน

ปัจจุบันการติดฟิล์มกระจกบ้านแบบที่ข้างนอกมองไม่เห็นได้รับความนิยมมาก เพราะฟิล์มประเภทนี้สามารถช่วยลดการมองเห็นจากภายนอกได้ดี ขณะเดียวกันก็ยังคงเปิดรับแสงธรรมชาติและมองวิวจากภายในบ้านได้ตามปกติ ทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูโปร่ง โล่งสบายตา นอกจากนี้ฟิล์มติดกระจกบ้าน ข้างนอกมองไม่เห็น ยังช่วยลดแสงสะท้อนและความร้อนสะสมภายในบ้าน ทำให้เครื่องปรับอากาศไม่ต้องทำงานหนัก ซึ่งเป็นการช่วยประหยัดไฟไปในตัวนั่นเอง


คุณสมบัติของฟิล์มติดกระจกบ้านที่ดี ต้องมีอะไรบ้าง?

ฟิล์มติดกระจก
ฟิล์มติดกระจก

การเลือกฟิล์มติดกระจกที่เหมาะสมกับการใช้งาน ควรพิจารณาค่าประสิทธิภาพต่าง ๆ อย่างรอบด้าน เพราะแต่ละค่าล้วนส่งผลต่อทั้งความเป็นส่วนตัว ความเย็นสบายภายในบ้าน และการประหยัดพลังงานในระยะยาว ซึ่งคุณสมบัติที่ควรพิจารณามีดังต่อไปนี้

1. ค่าแสงสว่างส่องผ่าน (VLT)

VLT (Visible Light Transmission) คือ ค่าที่บอกว่าฟิล์มยอมให้แสงส่องผ่านเข้ามาได้มากน้อยแค่ไหน โดยฟิล์มที่มีค่า VLT ต่ำ จะช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวและลดแสงจ้าได้ดี ตัวอย่างเช่นฟิล์มกรองแสงที่มีค่า VLT 5.3% จะช่วยลดการมองเห็นจากภายนอกได้มาก เหมาะสำหรับบ้านที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง หรือบ้านที่โดนแดดแรงตลอดทั้งวัน

2. ป้องกันรังสี UV ได้สูง

ฟิล์มกันแดดติดกระจกบ้านที่ดีควรป้องกันรังสี UV ได้ในระดับสูง เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อผิวหนัง และช่วยป้องกันเฟอร์นิเจอร์ พื้นไม้ หรือผ้าม่านซีดจางจากแสงแดด โดยฟิล์มที่มีค่า UVR 100% จะช่วยป้องกันรังสี UV ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

3. มีค่าป้องกันรังสีความร้อน (IRR) ที่ดี

IRR (Infrared Rejection) คือ ค่าที่บอกความสามารถในการลดรังสีอินฟราเรด ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของความร้อนสะสมภายในบ้าน ยิ่งค่า IRR สูง ก็จะช่วยลดความร้อนจากแสงแดดได้ดีมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ฟิล์มที่มีค่า IRR 64.7% จะทำให้ภายในบ้านเย็นสบายขึ้น และลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศได้

4. ค่าสะท้อนแสง (VLR) ไม่สูงจนเกินไป

VLR (Visible Light Reflectance) คือ ค่าการสะท้อนแสงของฟิล์ม หากค่าสูงเกินไป อาจทำให้เกิดแสงสะท้อนรบกวนจากภายนอกได้ ฟิล์มที่มีค่า VLR ประมาณ 5% จะช่วยลดแสงสะท้อน และทำให้กระจกดูเรียบสวยเป็นธรรมชาติมากขึ้น

5. ลดความร้อนจากแสงแดดได้จริง (TSER)

TSER (Total Solar Energy Rejected) คือ ค่าที่ใช้วัดความสามารถในการลดพลังงานความร้อนจากแสงแดดโดยรวม ยิ่งค่าสูง ยิ่งช่วยลดความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านได้ดี ตัวอย่างเช่นฟิล์มติดกระจกบ้านกันความร้อนที่มีค่า TSER 82% จะช่วยลดความร้อนสะสมภายในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ห้องเย็นเร็วขึ้น ช่วยประหยัดค่าไฟจากการใช้เครื่องปรับอากาศในระยะยาว


ฟิล์มดำ VS ฟิล์มปรอท VS ฟิล์มเซรามิก แตกต่างกันยังไง แบบไหนเป็นส่วนตัวมากกว่า

ปัจจุบันฟิล์มกรองแสงติดกระจกบ้านมีให้เลือกหลายประเภท ซึ่งแต่ละแบบก็มีจุดเด่นและคุณสมบัติแตกต่างกันดังต่อไปนี้

1. ฟิล์มดำ

  • จุดเด่น : ฟิล์มดำช่วยลดแสงจ้าและเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้ดีในระดับหนึ่ง เหมาะสำหรับบ้านหรือคอนโดที่ต้องการลดการมองเห็นจากภายนอก ช่วยให้บรรยากาศภายในบ้านดูเรียบ เท่ และสบายตามากขึ้น อีกทั้งราคายังค่อนข้างเข้าถึงง่าย จึงเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไป
  • ข้อพิจารณา : ฟิล์มดำบางรุ่นอาจกันความร้อนได้ไม่สูงเท่าฟิล์มเซรามิก และในช่วงเวลากลางคืน หากภายในบ้านสว่างกว่าภายนอก ก็ยังมีโอกาสถูกมองเห็นจากด้านนอกได้ นอกจากนี้ฟิล์มคุณภาพต่ำบางประเภทอาจซีดจางหรือเสื่อมสภาพเร็วเมื่อใช้งานเป็นเวลานาน

2. ฟิล์มปรอท

  • จุดเด่น : ฟิล์มปรอทหรือฟิล์มสะท้อนแสงกันแดด มีจุดเด่นเรื่องการเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับบ้าน เพราะมีลักษณะสะท้อนแสงคล้ายกระจกเงา จึงช่วยลดการมองเห็นจากภายนอกได้ดีมากในช่วงกลางวัน อีกทั้งยังช่วยลดความร้อนและลดแสงสะท้อนได้ค่อนข้างดี เหมาะกับบ้านที่มีกระจกบานใหญ่หรือบ้านที่โดนแดดจัด
  • ข้อพิจารณา : แม้ฟิล์มปรอทจะช่วยเรื่องความเป็นส่วนตัวได้ดีในเวลากลางวัน แต่ช่วงกลางคืนยังมีโอกาสมองเห็นจากภายนอกได้ หากภายในบ้านมีแสงสว่างมากกว่า นอกจากนี้ผิวฟิล์มที่สะท้อนแสงมากอาจเกิดแสงรบกวนบ้านข้างเคียง และฟิล์มบางรุ่นอาจส่งผลต่อสัญญาณมือถือหรือ Wi-Fi ได้เล็กน้อย

3. ฟิล์มเซรามิก

  • จุดเด่น : ฟิล์มเซรามิกเป็นฟิล์มติดกระจกบ้าน ข้างนอกมองไม่เห็นทั้งกลางวันและกลางคืนที่โดดเด่นเรื่องการกันความร้อน โดยสามารถลดความร้อนได้สูงแม้ตัวฟิล์มจะไม่เข้มมาก ทำให้ภายในบ้านยังดูสว่าง โปร่ง และมองวิวจากภายในได้คมชัด อีกทั้งยังไม่รบกวนสัญญาณมือถือ อินเทอร์เน็ต หรือระบบ Smart Home จึงเหมาะกับบ้านยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความสบายและเทคโนโลยีการใช้งานครบถ้วน
  • ข้อพิจารณา : ฟิล์มเซรามิกมักมีราคาสูงกว่าฟิล์มทั่วไป และหากเลือกเฉดที่สว่างมาก อาจให้ความเป็นส่วนตัวน้อยกว่าฟิล์มปรอทหรือฟิล์มดำในบางช่วงเวลา ดังนั้น ควรเลือกเฉดและระดับความเข้มให้เหมาะกับตำแหน่งติดตั้ง และลักษณะการใช้งานภายในบ้านร่วมด้วย

วิธีเลือกฟิล์มติดกระจกบ้าน ข้างนอกมองไม่เห็นให้คุ้มค่ามากที่สุด

ฟิล์มติดกระจกบ้าน
ฟิล์มติดกระจกบ้าน

การเลือกฟิล์มติดกระจกบ้านควรเลือกให้เหมาะกับทั้งลักษณะบ้าน ทิศทางแดด และระดับความเป็นส่วนตัวที่ต้องการ รวมถึงพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ร่วมด้วย

  • เลือกระดับความเป็นส่วนตัวให้เหมาะสม หากเป็นบ้านติดถนน คอนโด หรือพื้นที่ที่อยู่ใกล้บ้านข้างเคียง ควรเลือกฟิล์มที่ลดการมองเห็นจากภายนอกได้ดี เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย
  • เลือกฟิล์มที่ช่วยกันความร้อนได้ดี ฟิล์มติดกระจกที่มีประสิทธิภาพในการลดความร้อน จะช่วยให้ภายในบ้านเย็นสบายมากขึ้น และช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศในระยะยาว
  • พิจารณาค่าแสงส่องผ่านของฟิล์ม หากต้องการให้บ้านยังดูสว่างและไม่มืดจนเกินไป ควรเลือกฟิล์มที่ยังให้แสงธรรมชาติผ่านได้ในระดับเหมาะสม เพื่อให้บรรยากาศภายในบ้านดูโปร่งและสบายตา
  • ตรวจสอบการป้องกันรังสี UV ฟิล์มติดกระจกบ้านที่ดีควรช่วยลดรังสี UV เพื่อป้องกันเฟอร์นิเจอร์ ผ้าม่าน หรือพื้นไม้ซีดจางจากแสงแดด รวมถึงช่วยลดผลกระทบต่อผิวหนังได้อีกด้วย
  • เลือกฟิล์มที่มีความทนทานและได้มาตรฐาน ควรเลือกติดฟิล์มที่มีคุณภาพและมีการรับประกัน เพื่อลดปัญหาฟิล์มซีดหรือการหลุดลอกก่อนเวลาอันควร ทำให้ใช้งานได้คุ้มค่าในระยะยาว

ข้อควรระวังก่อนติดฟิล์มติดกระจกบ้านที่หลายคนมองข้าม

หากเลือกติดฟิล์มกระจกบ้านผิดประเภท อาจทำให้ใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ หรือเกิดปัญหาตามมาในระยะยาวได้ ดังนั้นก่อนติดฟิล์มกระจกควรเช็กปัจจัยต่าง ๆ ให้รอบด้าน ดังนี้

  • อย่าเลือกฟิล์มจากความเข้มเพียงอย่างเดียว ฟิล์มที่เข้มมากไม่ได้แปลว่าจะกันร้อนได้ดีที่สุดเสมอไป เพราะประสิทธิภาพการกันความร้อนขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีของฟิล์มด้วย
  • ควรพิจารณาทิศทางแดดของบ้าน หากบ้านโดนแดดจัด โดยเฉพาะทิศตะวันตกหรือทิศใต้ ควรเลือกฟิล์มที่ช่วยลดความร้อนได้ดี เพื่อให้ภายในบ้านเย็นสบายและลดภาระการทำงานของแอร์
  • ระวังเรื่องการสะท้อนแสงรบกวนบ้านข้างเคียง ฟิล์มปรอทหรือฟิล์มสะท้อนแสงบางรุ่น อาจสะท้อนแสงค่อนข้างมาก ดังนั้นควรเลือกความสะท้อนให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมและตำแหน่งของบ้าน
  • กลางคืนยังมีโอกาสมองเห็นจากภายนอกได้ หากตอนกลางคืนภายในบ้านสว่างกว่าด้านนอก ก็ยังมีโอกาสถูกมองเห็นได้ ดังนั้นอาจต้องใช้ม่านหรือมู่ลี่ร่วมด้วย
  • ควรเลือกช่างติดตั้งที่มีประสบการณ์ แม้จะเลือกฟิล์มคุณภาพดี แต่ไม่แนะนำให้ติดตั้งเอง เพราะอาจเกิดปัญหาฟองอากาศหรือปัญหาอื่น ๆ จนฟิล์มแผ่นนั้นไม่สามารถใช้งานได้ จึงควรเลือกช่างที่รู้วิธีติดฟิล์มกระจกบ้านแบบมืออาชีพ

การดูแลรักษาฟิล์มติดกระจกบ้านอย่างถูกวิธี

หลังติดฟิล์มกระจกบ้านแล้ว การควรดูแลรักษาอย่างเหมาะสมก็เป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน เพราะไม่เพียงช่วยให้ฟิล์มตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่ยังเป็นการยืดอายุการใช้งานของฟิล์มอีกด้วย ซึ่งมีแนวทางการดูแลรักษาดังต่อไปนี้ 

  • หลีกเลี่ยงการทำความสะอาดทันทีหลังติดตั้ง โดยทั่วไปควรหลีกเลี่ยงการเช็ดหรือทำความสะอาดประมาณ 7-30 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของฟิล์มและสภาพอากาศร่วมด้วย
  • ใช้ผ้านุ่มหรือไมโครไฟเบอร์ในการเช็ดทำความสะอาด ควรใช้ผ้านุ่มหรือผ้าไมโครไฟเบอร์ในการเช็ดกระจก เพื่อลดโอกาสเกิดรอยขีดข่วนบนผิวฟิล์ม และช่วยให้ฟิล์มดูใสสวยอยู่เสมอ
  • หลีกเลี่ยงน้ำยาที่มีสารเคมีรุนแรง ไม่ควรใช้น้ำยาที่มีส่วนผสมของแอมโมเนียหรือสารเคมีรุนแรง เพราะอาจทำให้ฟิล์มเสื่อมสภาพ สีซีด หรือเกิดความเสียหายได้เร็วกว่าปกติ
  • หลีกเลี่ยงของมีคมหรือวัสดุหยาบ ไม่ควรใช้แปรงแข็ง ฟองน้ำหยาบ หรือของมีคมขูดบนผิวฟิล์ม เพราะอาจทำให้เกิดรอยและส่งผลต่อความสวยงามของกระจกได้
  • ตรวจสอบขอบฟิล์มและสภาพการยึดเกาะเป็นระยะ หากพบว่าฟิล์มติดกระจกหน้าต่างเริ่มลอกหรือมีฟองอากาศ ควรรีบตรวจสอบหรือปรึกษาช่างติดตั้ง เพื่อป้องกันปัญหาลุกลามในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟิล์มติดกระจกบ้าน ข้างนอกมองไม่เห็น

1. ฟิล์มติดกระจกบ้าน ข้างนอกมองไม่เห็น ใช้เวลาติดตั้งนานไหม?

โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1-5 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับจำนวนกระจก ขนาดพื้นที่ และความยากของงานติดตั้ง หากเป็นบ้านที่มีกระจกจำนวนมากหรือกระจกบานใหญ่ อาจใช้เวลานานขึ้น

2. ฟิล์มติดกระจกบ้าน ข้างนอกมองไม่เห็นทั้งกลางวัน กลางคืน มีจริงไหม?

ไม่มี เพราะการมองเห็นขึ้นอยู่กับความต่างของแสง หากตอนกลางคืนภายในบ้านสว่างกว่าด้านนอก ก็ยังมีโอกาสถูกมองเห็นได้ ดังนั้นหลายบ้านจึงนิยมใช้ม่านหรือมู่ลี่ร่วมกับฟิล์มติดกระจกเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว


บริการรับติดตั้งฟิล์มติดกระจกบ้าน ข้างนอกมองไม่เห็น โดยมืออาชีพจาก “Q-CHANG”

หากคุณกำลังมองหาฟิล์มติดกระจกบ้านที่ข้างนอกมองเข้ามาไม่เห็น ราคาดีที่ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว ลดความร้อน และทำให้บ้านน่าอยู่มากขึ้น การเลือกใช้บริการติดตั้งโดยช่างมืออาชีพถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญ เพราะนอกจากจะช่วยให้ฟิล์มติดตั้งได้เรียบสวยแล้ว ยังช่วยลดปัญหาฟองอากาศ ฟิล์มลอก หรือการเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควรได้อีกด้วย

Q-CHANG พร้อมให้บริการติดฟิล์มคอนโด บ้าน และสถานที่ต่าง ๆ โดยทีมช่างมืออาชีพที่มีประสบการณ์ พร้อมช่วยแนะนำประเภทฟิล์มวัสดุคุณภาพที่ตอบโจทย์ใช้งานจริงตามมาตรฐาน เพื่อให้บ้านเย็นสบาย ลดแสง ลดความร้อน และเพิ่มความสวยงามให้กับพื้นที่อยู่อาศัยได้มากขึ้น

ช่องทางการติดต่อ : 

Similar Posts